ข่าวสาร & บทความ
เมื่อ “ตัวตนที่ชัดเจน” กลายเป็นหัวใจของการเติบโต ที่สําคัญยิ่งกว่างบลงทุนและการตลาด

SanfarnixSanfarnix


ท่ามกลางยุคที่การท่องเที่ยวถูกแต่งแต้มด้วยภาพถ่ายสวยหรูเพื่อกวาดยอดไลก์ และการทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างแลนด์มาร์กสุดอลังการ ยังมีโมเดลธุรกิจเกษตรอินทรีย์และฟาร์มสเตย์เล็ก ๆ  แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ที่เลือกจะยืนหยัดเดินคนละเส้นทางอย่างมุ่งมั่นและทรงพลัง 


คุณเปิ้ล-ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ ผู้ก่อตั้ง ไร่รื่นรมย์ (Rai Ruen Rom) ได้ถ่ายทอดมุมมองที่ทรงพลังผ่านโครงการ  ‘ทูตถิ่นยั่งยืน ปี 2569’ เปิดให้เราได้เห็นเบื้องหลังความสําเร็จที่ทําให้ไร่เล็ก ๆ  

แห่งนี้ก้าวเข้าไปอยู่ในหัวใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่ใช่เพราะความหรูหราโอ่อ่า แต่เพราะ ‘เนื้อแท้’  ที่แท้จริงและไม่อาจหาจากที่ไหนได้ และนี่คือ 3 บทเรียนลํ้าค่าจากการใช้ชีวิตและการทําธุรกิจ  ที่ถูกกลั่นออกมาจากผืนไร่สีเขียวแห่งนี้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยหัวใจ


1. อัตลักษณ์สร้างได้เริ่มจากการ ‘ไม่โกหก’ ตัวเอง 



เรามักเห็นที่พักมากมายพยายามเลียนแบบสถาปัตยกรรมจากยุโรปหรือต่างถิ่น แต่สําหรับไร่รื่นรมย์  คุณเปิ้ลยํ้าชัดว่า “เราไม่ต้องเน้นความสวยหรูหรือการลงทุน แต่เราเน้นเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง” 

เพราะเมื่อเรา ‘รู้จักตัวเอง’ อย่างแท้จริง เราจะมองเห็นชัดว่าอะไรคือสิ่งที่เราเป็น และอะไรที่ไม่ใช่เรา ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ  ‘อัตลักษณ์’ ที่แข็งแรงและงดงามในแบบของตัวเอง 

ซึ่งไม่เพียงช่วยตัดทอนการทําการตลาดที่เปลืองเวลาและไม่จําเป็นออกไป แต่ยังดึงดูดให้เราได้พบกับ ‘ลูกค้าที่ใช่’  อย่างแท้จริง  เราไม่จําเป็นต้องพยายามเป็นเหมือนใคร แค่กล้าที่จะยืนอยู่บนตัวตนของเราเอง ก็เพียงพอที่จะสร้างพื้นที่ที่มีคุณค่า  และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่มองหา “ความจริงใจ” มากกว่าความหรูหราเสมอ 



2. เราไม่ได้ขายแค่“ที่พัก” แต่ขาย “การชาร์จพลัง” ให้ชีวิต 


เคยถามตัวเองไหมว่า “ทําไมเขาต้องมาที่นี่ ที่ของเรา?” คําตอบของคุณเปิ้ลเรียบง่ายแต่โคตรลึกซึ้ง  เธอบอกว่าการมาฟาร์มสเตย์ เหมือนการมา “รีชาร์จแบตเตอรี่” ให้ตัวเอง บางทีลูกค้าเดินทางมาจากยุโรป แบตฯ ในใจกับในกายอาจเหลือแค่ 70% แต่พอได้มาเจอธรรมชาติ  ได้ใช้ชีวิตแบบออร์แกนิกที่นี่ มันเหมือนได้ชาร์จกลับไปเต็ม 100% อีกครั้ง แล้วพอเขากลับไปใช้ชีวิตต่อ จนรู้สึกว่าแบตฯ  เริ่มจะหมด เขาก็จะนึกถึง “ที่นี่” สถานที่ที่เคยทําให้เขารู้สึกดีที่สุด  นี่แหละคือความสัมพันธ์ระยะยาว ที่มากกว่าการมาเที่ยว มานอนพัก แล้วก็จบกันไป 


3. ‘เสน่ห์’ คือมูลค่าที่อยู่เหนือสงครามราคา 


ความจริงที่ผู้ประกอบการต้องยอมรับแบบตรง ๆ เลยคือ “ถ้าเราไม่ได้ให้คุณค่ากับลูกค้า  ลูกค้าก็จะถามหาแต่ราคาแทบจะทันที” สงครามราคามันจะจบก็ต่อเมื่อเราเจอ ‘เสน่ห์’ ของตัวเองจริง ๆ  ซึ่งเสน่ห์นี้ไม่ได้มาจากการแต่งร้านหรู ๆ หรือของแพง ๆ แต่มาจากการเอาทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่จริง  ความจริงใจและความใส่ใจในทุกรายละเอียดออกมาเล่าให้ลูกค้าเห็นพอลูกค้ารู้สึกได้ถึง ‘คุณค่า’  ที่เรามอบให้ราคา...ก็จะไม่ใช่ปัจจัยแรกในการตัดสินใจอีกต่อไป


SanfarnixSanfarnix


บทเรียนจากไร่รื่นรมย์ทําให้เราเห็นว่า ในโลกที่หมุนเร็วขนาดนี้ การหยุดมามองข้างในตัวเอง สํารวจสิ่งที่เรามีอยู่จริง ๆ  นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนที่สุดเพราะสุดท้ายแล้ว  สิ่งที่นักท่องเที่ยวโหยหาอาจไม่ใช่ความสะดวกสบายแบบไร้ชีวิตจิตใจ แต่คือ ‘ความเป็นมนุษย์’ และ ‘ความธรรมดา’  ที่เต็มไปด้วยพลังและความรู้สึกจากใจจริง ในวันที่ต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน สิ่งเดียวที่ทุกคนเริ่มได้เท่ากันคือ “การลงมือทํา” อีกหนึ่งข้อคิดสําคัญในวันที่คําว่า “Sustainability” ถูกพูดถึงในแทบทุกวงการ  ตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ของคนเมือง คําถามสําคัญอาจไม่ใช่แค่ “เราควรทําอะไร” แต่คือ  “เราควรเริ่มจากตรงไหน” โดยเฉพาะเมื่อความจริงข้อหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “แต่ละคนมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน” 


Sanfarnix


อาจารย์พิมพ์ใจ ดวงเนตร ผู้ก่อตั้ง Down to Earth Farm Stay ชวนเรามาคิดแบบง่าย ๆ แต่โคตรทรงพลัง  ด้วยประโยคที่ว่า “ขอให้มองสิ่งที่เรามี” ฟังเผิน ๆ อาจจะดูธรรมดา แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบตลอดเวลา  ประโยคนี้เหมือนดึงเราให้กลับมามองตัวเองจากจุดตั้งต้นใหม่อีกครั้ง

บางคนมีเวลา บางคนมีพลัง บางคนมีทรัพยากร หรือบางคนมีคอนเนกชัน แต่ไม่ว่าเราจะมีอะไรอยู่ในมือ  “เท่าที่เรามี” นั่นแหละ คือจุดเริ่มต้นที่เพียงพอแล้ว สิ่งสําคัญคือ “ต้องลงมือทํา” เพราะการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน  ไม่ได้เป็นเรื่องของคนที่พร้อมที่สุดเสมอไป แต่เป็นเรื่องของคนที่ยอมเริ่มก่อนต่างหาก อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจคือการ  ออกจาก Comfort Zone ไม่ใช่ในความหมายของการฝืนตัวเองให้ไปไกลเกินจําเป็น แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ชีวิตได้ลองก้าวออกไปเจอสิ่งใหม่ ๆ ในจังหวะที่เราไหวและสบายใจ


ในหนึ่งปี เราอาจลองไปในที่ที่ไม่เคยไป เจอคนที่ไม่เคยเจอ และทําสิ่งที่ไม่เคยทํา  ไม่ใช่แค่เพื่อการเดินทาง แต่เพื่อให้ตัวเราได้เรียนรู้และเติบโตไปอีกขั้น 


SanfarnixSanfarnix


เมื่อเราออกจากกรอบเดิม ๆ เราจะได้เห็นโลกในมุมมองใหม่ ๆ และตรงนั้นเองคือจุดที่ประสบการณ์เริ่มทํางาน  เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ความยั่งยืน” ไม่ได้เกิดจากความรู้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงมือทําซํ้า ๆ  จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต 


สิ่งที่งดงามคือ แนวคิดนี้ไม่ได้เรียกร้องให้เราเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทันที แต่ชวนให้เราเริ่มจาก “ก้าวเล็ก ๆ  ที่ทําได้จริง” และสอดคล้องกับบริบทชีวิตของเราเอง เพราะในโลกที่หมุนเร็วเช่นนี้ การพัฒนาไม่จําเป็นต้องยิ่งใหญ่เสมอไป  แต่อาจเริ่มจากการ “ขยับทีละนิด แต่สม่ำเสมอ” 

และบางที… นั่นอาจคือความหมายของ “ความยั่งยืนที่แท้จริง” ซึ่งอยู่ใกล้ตัวเรา มากกว่าที่เราคิด  และรอให้เราเริ่มลงมือในวันนี้ 


สุดท้ายแล้ว ใครอ่านจนถึงตรงนี้ โครงการ ทูตถิ่นยั่งยืน ปี 2569 ยังเปิดรับสมัครผู้ที่มีใจรักในการเล่าเรื่อง นี่คือโอกาสเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาพื้นที่ของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืน ที่สําคัญโครงการนี้ อบรมฟรี! สมัครได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ betterthaihostcom 


พื้นที่ที่ยังเปิดรับสมัคร 

Development Stage (หลักสูตร 1 + 2)

ภาคอีสาน:นครพนม | 25–26 มี.ค. 2569 ณ โรงแรม แม่โขง เฮอริเทจ นครพนม
ภาคใต้:นครศรีธรรมราช | 7–8 เม.ย. 2569 ณ โรงแรม แกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช
ภาคกลาง:สมุทรสงคราม | 14–15 พ.ค. 2569 ณ โรงแรม ริเวอร์ตัน อัมพวา
ภาคตะวันออก:จันทบุรี | 8–9 มิ.ย. 2569 ณ โรงแรม นิว แทรเวิลลอด์จ จันทบุรี


Advanced Stage (หลักสูตร 3) 

ภาคเหนือ: เชียงใหม่ | 21-22 เมษายน 2569 Iณ โรงแรม เซ็นทารา ริเวอร์ไซต์

ภาคอีสาน:ขอนแก่น | 25–26 พ.ค. 2569 ณ โรงแรม อวานี ขอนแก่น

ภาคใต้:สงขลา | 15–16 มิ.ย. 2569 ณ โรงแรม บุรีศรีภู (หาดใหญ่)

ภาคตะวันตก:เพชรบุรี | 22–23 มิ.ย. 2569 ณ โรงแรม ธารามันตรา (ชะอํา) 


แล้วพบกันวันอบรมนะ 


ผู้เขียน อารียา บุญจริง, ศุภวิชญ์ เบญจกร  
เรียบเรียงโดย เพียงออ พูลเจริญ


บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ